Showing posts with label Thailand. Show all posts
Showing posts with label Thailand. Show all posts

May 20, 2010

มองมุมเหม่ง > จบไม่สวย (Died at the End)

อ้างชาติประชาชน
ชุมนุมคนซับซ้อนซ่อนกล
สุดท้ายตายแบบโจร
*********************************

วันนี้เป็นวันที่ 2 หลังจากเหตุการณ์ "พฤษภา (มหา) ทมิฬ" เพิ่งผ่านพ้นไป ประกาศเคอร์ฟิวของรัฐบาลยังมีผลอยู่ การเก็บกวาดประเทศก็กำลังดำเนินต่อไป พร้อมๆ กับกลุ่มเสื้อแดงที่แฝงลงดินไป โดยไม่มีใครรู้ว่าจะกลับมาอีกไหม เหลืออยู่แต่ความเสียหายมหาศาลของฝ่ายที่ไม่เกี่ยวข้อง

จริงๆ แล้วผมเองพยายามที่จะเลี่ยงไม่พูดถึง "การเมือง" ใน MEngMORY เท่าไรนัก ทัศนคติทางการเมือง ก็เหมือนกับรสนิยมในเรื่องการกิน หรือเรื่องเพศ ขึ้นกับความรู้ภูมิหลัง ข้อมูล ข้อเท็จจริงที่รู้ ของแต่ละคน ที่บังคับกันไม่ได้

แต่เหตุการณ์ในวันที่ 18-19 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของพวก นปช. ที่พยายามจะอ้างความถูกต้อง อ้างประชาธิปไตย ต่างๆ นานา เพียงเพราะเมื่อแกนนำประเมินแล้วว่า "ถอยดีกว่า" แต่ไม่สามารถจะชี้แจงให้ผู้ร่วมชุมนุมเข้าใจได้ ทั้งๆ ที่ ผ่านมา พวกแกนนำเองก็เป็นคนป้อนข้อมูลต่างๆ ให้เขาเหล่านี้ตลอด สั่งซ้าย สั่งขวา ตบมือได้ แต่ไม่สามารถให้พวกเขากลับบ้านไปอย่างปลอดภัยได้ แถมก่อให้เกิดปัญหาที่ลามปามเกินควบคุม

ต้องยอมรับว่าผู้ชุมนุมนั้น "ฉลาด" พอที่จะพลิกความเสียเปรียบมาเป็นความได้เปรียบ โดยพวกเขารู้ว่า ทหาร หรือรัฐบาลนั้น จะไม่ทำร้ายพวกเขา จะเป็นด้วยกฏหมาย หรือ ภาพลักษณ์ก็ตามแต่ ทำให้พวกเขากล้าที่จะทำความเสียหายให้กับบ้านเมืองให้กับประเทศอย่างที่เห็นกันอยู่

ผมเชื่อว่ามีไม่น้อยที่อยากจะให้ "จัดการ" ให้เด็ดขาดบ้าง เหมือนอย่างที่เห็นในหนังหลายๆ เรื่อง แต่ต้องนับถือ และชื่นชมฝ่ายรัฐ (ส่วนใหญ่) ที่จะพยายามไม่ใช้กำลังในการแก้ปัญหา
จะขัดใจหน่อยก็เรื่องประสิทธิภาพของฝ่ายรัฐในการวางแผนป้องกัน แก้ไขปัญหาว่า "ห่วย" และขาดการประสานงานแค่ไหน ตัวอย่างจากต่างประเทศก็มีถมไป

ท้ายที่สุดแล้ว การใช้กำลัง แม้ว่าจะสะใจ แต่ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาหรอกครับ

ถ้าเราคิดกันใหม่ว่า เราจะใช้วิธีการเจรจาเพื่อหาทางออก โดยฝ่ายที่มีสติและเยือกเย็นกว่าฝ่ายตรงข้าม จะรู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายที่ "ชนะ" กว่า อย่างนี้จะดีกว่าไหม มันจะเป็นการเจรจากันแบบคนที่มีวุฒิภาวะ และใช้เหตุผลในการหักล้างกัน

อีกเรื่องที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ ระดับการศึกษาของประชาชน ยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยในการแยกแยะข้อมูลที่ "จริง" หรือ "เท็จ" ให้พวกเขาไม่เป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดีได้ เพราะสุดท้ายคนที่เจ็บที่ตาย ก็เป็นคนชั้นล่างอยู่ดี

แต่ละฝ่าย ไม่ว่าจะเหลืองหรือแดง ต่างก็มีทั้งดี และไม่ดี ผมไม่ได้เหมารวมว่า แดงจะเลว หรือเหลืองจะเทพทั้งหมด ประเด็นบางอย่างที่แดงเสนอมา ผมว่าก็มีเหตุผลที่น่าจะรับฟัง หรือการที่เหลืองยึดสนามบิน ผมว่ามันก็แย่ไม่ต่างกับแดงเผาเมืองเหมือนกัน

น่าเสียดายจริงๆ ที่วันนี้ ข้อเสนอต่างๆ ของฝ่าย นปช. แทนที่จะได้รับการพิจารณาเพื่อให้ประเทศไทยได้เดินหน้าต่อไปนั้น กลับสลายไปเพราะอารมณ์แบบเด็กๆ ที่ผิดหวังในตัวแกนนำของคนไร้การศึกษาไม่กี่คน

ตอนนี้ ที่น่าสงสารที่สุดคือ "ประเทศไทย" ครับ ผมหวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นครั้งสุดท้าย ในชีวิตที่จะได้เห็นมันอีก หลังจากที่ผมคิดว่า พฤษภาทมิฬในปี 2535 นั้นเลวร้ายอย่างยิ่งแล้ว

ขอบคุณ "คนไทย" ทุกคนที่ช่วยกันครับ


April 18, 2010

มองมุมเหม่ง > กีฬาสี มีข้อคิด (Human Color)


ท่ามกลางความสับสน และวุ่นวายในทุกวันนี้ ทำให้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ในเทศกาลสงกรานต์เหือดหายและเศร้าใจ เพราะไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นเหมือนกับปีที่แล้วที่ผ่านมา
นอกเหนือจากเสียงลำโพงการปราศรัย และเสียงปืน รวมถึงระเบิดที่ดังกระหึ่ม ยังมีการโจมตีกันด้วยข้อมูลข่าวสาร นอกเหนือจากสื่อหลักทั้งทีวี วิทยุ แล้ว อินเตอร์เน็ตก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ผู้คนจะรับข่าวสาร รวมถึงการแสดงออกทางความคิด ทั้งแบบเปิดเผย หรือแบบตัวตนสมมติได้อย่างเต็มที่

ทำให้เห็นได้ชัดว่า เมื่อเทียบกับยุคพฤษภาทมิฬ เมื่อปี 2535 ที่เราแค่ "เห็น" ได้อย่างที่เขา "อยาก" ให้เราเห็นแล้ว โลกเราช่างวัฒนาไปไกลยิ่งนัก ในยุคต่อไป การซ่อนเร้น ความจริงบางอย่างจะยากยิ่งกว่าเดิม วัฏจักรของกรรมจะสั้นลง ไม่ใช่ต้องรอถึงชาติหน้าที่ไม่รู้ว่าจะมีไหม แต่หลายๆ ตัวอย่างก็ทำให้เรารู้ว่า "วงจรของกฏแห่งกรรม" ก็มีการปรับตัวตามเทคโนโลยีเช่นกัน

ระหว่างทางการสนทนากับผู้คนหลากหลายวงการ หลายชนชั้น ผมได้รับคำถาม และรายละเอียดของแต่ละฝ่าย แต่ละสีที่เล่นกันอยู่ ผมตอบคำถามพวกเขาตรงๆ ว่าจุดยืนของผมไม่ใช่ทั้ง "แดง" หรือ "เหลือง" แต่เราอยู่กับความถูกต้อง และสิ่งที่มันควรจะเป็น

ผมไม่เห็นด้วยกับการใช้กฏหมู่เพื่อยึดสนามบิน หรือ การปิดถนนย่านธุรกิจที่สำคัญ แม้กระทั่งการอ้างสถาบัน หรืออะไรบางอย่างเพื่อบังหน้าความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง

ผมเชื่ออยู่เสมอว่า โลกนี้ไม่มีใครโง่กว่าใคร เพียงแต่เขารู้ข้อมูลน้อยกว่าเราต่างหาก "การศึกษา" เป็นทางหนึ่งที่จะเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ อย่าง (น้อย) ก็เท่าเทียมกัน ถึงตอนนั้นแล้ว ใครจะเลือกตัดสินใจอย่างไร ตามกฏกติกาที่ตกลงกันไว้ของส่วนรวมก็ต้องยอมรับกัน

อันนี้ใช่ที่เขาเรียกกันว่า ประชาธิปไตย หรือเปล่า

อีกประเด็นที่ผมได้ยินจากฝ่ายสนับสนุนคนดูไบว่า ถึงข้อเท็จจริงจะปรากฏแล้วว่าในยุคสมัยของเขานั้น มีการคอร์รับชั่น ทั้งจากทางปกติและเชิงนโยบาย แต่เงินส่วนหนึ่ง ก็ได้เผื่อแผ่มายังพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ด้วย เมื่อเทียบกับยุคอื่นๆ ที่ชาวบ้านเชื่อว่ามีการคอร์รับชั่นไม่แพ้กัน แต่พวกเขาไม่ได้แม้แต่กลิ่นของเศษเนื้อข้างเขียงเลย อย่างน้อย "กินแล้วแบ่ง" มันก็ดีกว่า "กินรวบ" ละกัน

ผมไม่แปลกใจกับตรรกะความคิดแบบนี้ เพราะเป็นสิ่งที่ผมได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ประเด็นไม่ใช่อยู่ที่ว่า เขา "กินแล้วแบ่ง" ให้พวกเรา แล้วเขาเป็นคนดี

ประเด็นคือ เขา "กิน" ต่างหาก แค่คิดจะ "โกงกิน" มันก็ผิดแล้ว เหมือนโรบินฮูดนั่นแหละครับ ปล้น ก็คือ ปล้น จะปล้นคนดี ปล้นคนรวย ปล้นโจร ก็ผิดเหมือนกัน กฏหมายไม่มีข้อยกเว้น

ลองคิดดูว่า ถ้ากฏกติกาทุกอย่างมีข้อยกเว้นตลอด บ้านเมืองมันจะเดินต่อกันอย่างไร

แถม "กินแล้วแบ่ง" นี้ มองให้ดี มันกินเยอะกว่ากินรวบอีก เพราะต้อง "กินเผื่อ" ไว้ด้วย ผลเสียตกที่ประเทศชาติ แต่ในประเทศนี้ คนที่อยู่ คนที่เสียภาษีคือพวกเราไม่ใช่เหรอ

อีกอย่างที่ผมสนับสนุนและคิดว่า ควรจะได้รับการปรับปรุงก็คือ "ระบบการตรวจสอบ ที่ยุติธรรมต่อทุกฝ่าย" ผมเห็นฝ่ายสีแดงมีการพูดถึงประเด็นนี้เหมือนกัน แต่ไม่ได้ยินว่าเขาเน้นย้ำถึงจุดนี้กันหรือไม่

ต้องอย่าลืมว่า ระบบการตรวจสอบที่ดีและเข้มแข็ง ทั้งจากภาครัฐ (อัยการ ศาล) และภาคเอกชน (หนังสือพิมพ์ ทีวี) ทำให้สามารถเปิดโปงการทุจริตต่างๆ ได้หลายกรณี ซึ่งเราจำเป็นต้องพัฒนาให้มีมาตรฐานเหมือนต่างประเทศ ตรวจสอบได้ทุกระดับชั้น ไม่ว่าอำมาตย์ หรือไพร่อย่างพวกเราก็ตาม

ถึงวันนั้นแล้ว ผมเชื่อว่า พี่น้องคนไทยด้วยกัน คงจะมีความสุขในวันสงกรานต์กันมากกว่าที่เป็นอยู่ครับ