Showing posts with label good communication. Show all posts
Showing posts with label good communication. Show all posts

January 21, 2010

มองมุมเหม่ง > เธอกับฉันและขนมปังกระโหลก (Bread Story)

ฉันรักเธอรู้ไหม
จะเอาอะไรให้เธอได้
ว่าแต่เข้าใจไหม
*********************
ครั้งหนึ่ง ระหว่างมื้ออาหารแบบไทยๆ ที่ปกติพวกเรามักจะแชร์อาหารระหว่างกันและกันนั้น เพื่อนร่วมโต๊ะบ่นถึงอาหารจานข้างหน้าเขาว่าไม่ถูกปากเสียเลย แล้วก็ตักที่เหลือทั้งหมดมาที่จานของผม
ขณะที่ความงงยังวิ่งขึ้นสู่แกนสมอง ฟอเวิร์ดเมล์เรื่องหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาพร้อมๆ กัน

คิดว่าหลายๆ คนคงจะได้อ่านเรื่องนี้มาบ้างแล้ว วัดจากความถึ่ที่ผมได้รับ ประมาณ 2-3 ครั้ง แต่ขอทวนอีกทีละกันนะครับ
*************************************
สามี ภรรยาคู่หนึ่ง ใช้ชีวิตคู่กันมานานหลายสิบปี ทุกเช้า เขาทั้งคู่จะรับประทานขนมปังเป็นอาหารเช้า และทุกเช้าตลอดหลายสิบปี สามีของเธอจะแบ่งขนมปังให้เธอทุกครั้ง และทุกครั้งอีกเช่นกัน เขาก็จะบิส่วนที่เป็นกะโหลกขนมปังให้เธอ หลายปีเข้า ภรรยาทนไม่ไหว จึงเอ่ยปากถามเป็นครั้งแรก

"ทำไมคุณถึงให้ฉันกินแต่กะโหลกขนมปังตลอดเลย" ภรรยาถาม "มันทั้งแข็ง แล้วก็ไม่อร่อย"


สามีของเธอมองเธออย่างงงงัน แล้วเขาก็วางขนมปังในมือของเขาที่ด้านหน้าของเธอ


"เหรอ" สามีของเธอมีน้ำเสียงเศร้า น้ำตาไหลช้าๆ "ผมขอโทษ ผมไม่เคยรู้มาก่อน แต่ส่วนที่ผมให้คุณน่ะ คือส่วนที่ผมชอบที่สุด"
*************************************
สิ่งหนึ่งที่ผมยังยืนยันจนกระทั่งทุกวันนี้ ปัญหาจากเพื่อนๆ หลายๆ คน หลายองค์กรที่เป็นประเด็นใหญ่ ก็คือ ปัญหาในการสื่อสาร ครับ

กลับไปที่เรื่องข้างบน เหตุการณ์นี้จะจบอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง ตั้งแต่วันแรกที่แต่งงานกัน โดยไม่ต้องรอให้ผ่านมาหลายสิบปีก็คือ ถ้าฝ่ายชายจะถามภรรยาสักนิดว่า ขนมปังก้อนนี้ ที่รักอยากทานส่วนไหนจ๊ะ

เพราะไม่ว่าคำตอบที่ได้จะเป็นอย่างไร ก็จะแฮปปี้กันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะ ชอบส่วนกระโหลก ซึ่งฝ่ายชายย่อมดีใจที่ชอบคล้ายๆ กัน และดีใจที่ได้แบ่งปันให้คนที่เขารัก

หรือว่า ถ้าชอบส่วนนุ่มๆ ทั้งสองคนก็จะมีความสุขกับการกินอย่างเต็มที่

เห็นไหมครับ แค่คำถามเดียว ไม่ต้องทนลำบากกันอย่างนั้น หรือจะมองกลับในมุมฝ่ายหญิงบ้าง ทำไมไม่ถามสามี หรือ เอ่ยปากขอจากสามีไปเลยละครับ ว่าตนเองต้องการอะไร

การบอกฝ่ายตรงข้ามว่าตนเองต้องการอะไร ก็เป็นการแสดงความชัดเจนอย่างหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องการเห็นแก่ตัว หรือเอาเปรียบประการใด แต่คนไทยหลายๆ คนมักจะติดกับคำว่า "เกรงใจ" กันซะมากมาย

ถ้าบอกไปซะแต่แรก ฟันฟางก็คงไม่เยินกับขนมปังกระโหลกอย่างนั้น

มองต่อไปว่า ถ้าภรรยาเก็บกดความอดทนไปจนตาย ไม่เอ่ยปากพูดขึ้นมา ลึกๆ แล้วในใจของทั้งสองคนนี้จะเป็นอย่างไรครับ อาจจะต้องทนทุกข์กับขนมปังกระโหลกไปตลอดชีวิต

ดังนั้น เพื่อประโยชน์สุขของมวลชนทุกเหล่า ขอให้พวกเราให้ความสำคัญกับการสื่อสารให้มากกว่านี้เถิดครับ อย่างที่คนขายมือถือเขาว่า

คุยกันมากขึ้น รักกันมากขึ้น

September 15, 2009

มองมุมเหม่ง > เรียนเก่ง กับ คุยเก่ง (Good Boy & Bad Boy)

ตั้งใจหมั่นศึกษา
ครูบอกว่าห้ามมาคุยกัน
ฉันเลยพูดไม่เป็น
*******************

สังคมเรามักจะให้คุณค่ากับคนเรียนเก่งนะครับ

เรียนเก่งในที่นี้ ส่วนใหญ่ก็จะให้ความสำคัญกับวิชาสายวิทยาศาสตร์ สายศิลปะก็อาจจะมีบ้างเช่นพวกภาษาอังกฤษ แต่วิชาอื่นๆ ดูเหมือนจะตกในฐานะที่ ยิ่งกว่าลูกเมียน้อย เสียอีก ไม่เช่นนั้นแล้ว ทุกวันนี้เราคงเห็น สปช. โอลิมปิก หรือ วาดเขียนโอลิมปิก บ้าง แทนที่จะเห็นแต่น้องๆ คณิตศาสตร์ โอลิมปิก เคมี ชีวะ ฯลฯ

ซึ่งก็แปลก ที่หลังจากลงข่าวหน้าหนึ่งไทยรัฐได้สามวัน ก็พลันหายไปจากความทรงจำของสังคม นั่นสิ มีใครจำชื่อน้องๆ ที่ได้คณิตศาสตร์โอลิมปิกปี 2549 บ้างไหมครับ เอาแบบไม่ต้องไปถามพี่กู (เกิล) นะ

ในสมัยนั้น ก็จะเน้นกันแต่เรื่อง ไอคิว ว่ากันว่า บางโรงเรียนถึงกับบ้าคลั่งเอามาเป็นเกณฑ์ตัดสินอนาคตเด็กๆ กันทีเดียว โชคดีที่วันนี้ เด็กๆ ในอดีต ที่เป็นผู้ใหญ่ในปัจจุบันเริ่มมองเห็นความไม่เข้าท่าเหล่านี้ เราจึงได้ยิน อีคิว เข้าคิว และอีกหลายๆ คิว รวมไปถึงโรงเรียนทางเลือกจากคุณครู หนูดี อี เอฟ ต่างๆ ซึ่งนับว่าดีขึ้นมาก แต่ก็เป็นการเริ่มต้นนะครับ คนเป็นพ่อแม่ก็ยังต้องเดินทางกันอีกไกล

กลับมาถึงเด็กอีกกลุ่มนึงบ้าง พวกคุยเก่ง ไงครับ

จั่วหัวมาอย่างนี้อาจจะงง เพราะคนสองแบบนี้อยู่กันคนละขั้ว แบ่งแยกดีเลว ตามมาตรวัดของคุณครูส่วนใหญ่ พวกเรียนเก่งมักยกย่องเชิดชู แต่พวกคุยเก่งไม่โดนตีก็ต้องมี ชอล์กเหิร หรือ แปรงบิน ร่อนมาให้เสียวเล่นๆ

แต่ถ้าเรามองว่า พวกคุยเก่ง นี้ความถนัดของเขา คือ การสื่อสาร ละครับ

คือ การสื่อสารที่จะสามารถเรียนรู้คู่สนทนา ความสามารถที่จะชักนำความสนใจจากคุณครูมาที่ตัวเขาเอง ทั้งที่มีความเสี่ยงจะโดนตีเพราะมาคุยกับเขาเป็นต้น

ไม่ใช่ง่ายๆ เลยนะครับ เด็กเหล่านี้ ต้องใช้ทักษะสูงมาก (ฮา)

มองถึงความสำคัญเหล่านี้ ลองคิดดูนะครับ ในชีวิตการทำงาน ถ้าเราไม่สามารถ สื่อสาร นำเสนอความคิดเราได้ บอกในสิ่งที่เราต้องการไม่ได้ ความสำเร็จก็ไม่บังเกิด ต่อให้เกียรตินิยมอย่างไร ก็ไร้ประโยชน์ครับ หรือ ถ้าเราไม่สามารถพูดจา สื่อสาร ในภาษาอื่นๆ ได้ถึงจะได้ โอลิมปิก สักกี่เหรียญก็ตาม พอพ้นเขตชายแดนแล้ว ก็อาจจะอดข้าว (หรือขนมปัง) ตายได้นะครับ

ความจริงจากบริษัทจัดหางานคือ ทุกวันนี้ ในตำแหน่งระดับสูงๆ นั้น คุณสมบัติที่ต้องการมากคือ ความสามารถในสื่อสาร แก้ปัญหาได้ ทำความเข้าใจประสานงานกับผู้อื่นได้ ทั้งภายในภายนอก

ผมมานั่งนึกย้อนไป ตั้งแต่สมัยเรียน มีวิชาไหนบ้างที่จะสอนเรื่องเหล่านี้

น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย ที่ได้ๆ มากันนั้น ไม่บุญนำ ก็วาสนาพา หรือได้จากการ คุยเก่ง-เล่นเพลิน แทน

บทความวันนี้ ไม่ได้ต่อต้าน หรือให้ผู้อ่าน ละเลยวิชาหลักๆ ทั้งหลายนะครับ ยังจำเป็นอยู่ เพียงแต่อยากให้มองถึงความสำคัญของ การสื่อสาร บ้างก็เท่านั้น ทั้งการพูดจา, ภาษาต่างประเทศ, การนำเสนอ เหล่านี้

ก็หวังเล็กๆ ว่า คนไทยจะพูดกันเข้าใจกันมากขึ้น และไปแข่งขันนอกประเทศได้บ้างเท่านั้น